พระภิกษุ สามเณร

วัดพระธรรมกาย เป็นวัดขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการบริหารจัดการทันสมัย มีศิษยานุศิษย์จำนวนมากมายมหาศาลทั่วโลก แต่ก็เป็นวัดที่มีการกล่าวขานถึงกันมากที่สุด ทั้งทางแง่บวกและแง่ลบ จึงถือเป็นองค์กรพุทธที่น่าศึกษา

ทาง “พุทธสามัคคี” ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับวัดมาจำนวนมาก จึงจะพาท่านผู้อ่านก้าวข้ามภาพมายาที่กลุ่มคนรักและคนเกลียดสร้างขึ้น ติดตามศึกษาวิเคราะห์เจาะลึกวัดพระธรรมกายในทุกแง่มุม อย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนเป็นตอน ๆ ไป เริ่มจากคณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย ศิษย์วัด ญาติโยม คำสอน เจ้าอาวาส แนวคิด วิสัยทัศน์ของวัด และจุดอ่อนของวัด

วัดพระธรรมกาย เริ่มสร้างใน ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ปัจจุบันมีพระภิกษุจำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ รูป สามเณรจำนวนประมาณ ๖๐๐ รูป

พระภิกษุวัดพระธรรมกายมีที่มา ๓ ทาง


1. มาจาก “อุบาสก”
อุบาสก คือ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางโลก ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีศรัทธาจะบวชตลอดชีวิต ก็ให้มาเป็นอุบาสกรักษาศีล ๘ ช่วยงานวัดอย่างน้อย ๕ ปี เพื่อพิสูจน์ความตั้งใจจริง เมื่อคณะสงฆ์เห็นว่าพร้อมจึงจะอนุญาตให้บวชได้ พระภิกษุรุ่นบุกเบิกของวัดพระธรรมกายในช่วง ๑๕ ปีแรก จะมีเส้นทางมาอย่างนี้

2. มาจาก “ธรรมทายาท”
ธรรมทายาท คือ ผู้ที่มาอบรมในโครงการอบรมธรรมทายาท และอุปสมบทหมู่ที่ทางวัดจัดขึ้น เมื่อครบกำหนดแล้วมีศรัทธาบวชต่อ รับโดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา แต่จะมีเส้นทางการฝึกอบรมให้เหมาะกับพื้นความรู้เดิม
ผู้ที่จบการศึกษาทางโลกระดับปริญญาตรีขึ้นไป จะฝึกอบรมตามหลักสูตรพระบวชใหม่ ๓ ปี ส่วนผู้ที่จบในระดับประถม หรือมัธยมศึกษา ฝึกอบรมในหลักสูตร ๕ ปี เพื่อให้มีความรู้ธรรมะและความสามารถในการเทศน์สอนเผยแผ่แก่ประชาชนได้ พระภิกษุวัดพระธรรมกายในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากเส้นทางนี้

3. มาจาก “สามเณร”
โดยรับเด็กที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ขึ้นไป มาบวชเรียนศึกษานักธรรม บาลี หรือปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา เมื่ออายุครบก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

เอกลักษณ์ของพระภิกษุสามเณรวัดพระธรรมกาย

1. การคัดคนบวช

ผู้บวชต้องมีความตั้งใจจริง มีความประพฤติดี ไม่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ผู้ที่บวชระยะยาวต้องบวชด้วยอุดมการณ์ มีพระภิกษุที่มีความรู้ประสบการณ์ทางโลกสูง เช่น แพทย์ วิศวกร สถาปนิก และผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพต่าง ๆ มากมาย ทำให้เข้าใจโลก สื่อสารกับคนยุคปัจจุบันได้ สามารถช่วยงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้านต่าง ๆ ของวัดได้อย่างดี

2. การฝึกอบรมอย่างจริงจังต่อเนื่อง
มีการฝึกอบรมทั้งการนุ่งห่มจีวรให้เรียบร้อย กิริยามารยาทในการเดิน การนั่ง การลุก การกราบ การขบฉัน การสรงน้ำ การซักตากพับเก็บจีวร และการอยู่ร่วมกัน เป็นต้น
ผู้ที่มาบวชเพราะหวังสบายจะไม่มาบวชที่วัดพระธรรมกาย เพราะต้องฝึกอบรมอย่างหนัก มีวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัด มีการงานที่หนักหนา

3. สนับสนุนการศึกษาพระธรรมวินัย
พระภิกษุเกือบทุกรูปจบนักธรรมเอก สนับสนุนการศึกษาภาษาบาลีจนสอบได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศอยู่เนือง ๆ มีเปรียญธรรม ๙ ประโยคกว่า ๕๐ รูป มากที่สุดในประเทศ
สนับสนุนการเรียนพระอภิธรรม เป็นสำนักเรียนพระอภิธรรมหลัก ๑ ใน ๓ แห่งของประเทศ โดยวัดพระธรรมกายมีการเรียนการสอนบาลีต่อเนื่องมากว่า ๓๐ ปี

4. สนับสนุนการปฏิบัติธรรมทำสมาธิ
นอกจากการปฏิบัติธรรมประจำวันแล้ว ในแต่ละปีก็จะมีช่วงเวลาให้ไปนั่งสมาธิต่อเนื่องคราวละ ๑๕ วัน ปีละ ๒ ครั้ง ผู้ที่ถนัดก็สามารถเลือกเข้าสายงานปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิต่อเนื่องทั้งวันตลอดปี มีจำนวนราว ๒๐๐ รูป

5. พระภิกษุทุกรูปมีหน้าที่รับผิดชอบงานพระศาสนาตามความถนัดของตน
พระภิกษุทุกรูปไม่มีใครที่อาศัยวัดอยู่สบาย ๆ โดยไร้หน้าที่การงาน โดยมีหลักคิดว่า “เราบวชมาอาศัยพระพุทธศาสนาแล้ว จะต้องให้พระศาสนาได้พึ่งด้วย” ทางวัดดูแลเรื่องจีวร ที่พักอาศัย ภัตตาหาร การรักษาพยาบาล ทุกรูปไม่ต้องกังวลด้วยปัจจัย ๔ แต่ต้องช่วยกันรับผิดชอบงานส่วนรวม

6. อยู่รวมเป็นหมู่คณะ
พระภิกษุพักในกุฏิหลังละประมาณ ๑๐ รูป มีการโยกย้ายกุฏิทุกปีเพื่อไม่ให้ติดที่ และทำให้ไม่สะสม มีเฉพาะของใช้จำเป็นที่ไม่เป็นภาระในการโยกย้าย
ในยุคเริ่มต้น พักอาศัยในหมู่กุฏิหลังคาจากจุได้ราว ๕๐๐ รูป ต่อมาเมื่อจำนวนพระภิกษุมากขึ้น กุฏิหลังคาจากชั้นเดียวไม่พออยู่ พระภิกษุส่วนที่เพิ่มขึ้นก็พักในตึกสงฆ์ที่สร้างขึ้นทางสูงเพื่อประหยัดพื้นที่ดิน แต่ยังคงรักษารูปแบบการอยู่รวมกันห้องละประมาณ ๑๐ รูป และโยกย้ายทุกปี
พระภิกษุแต่ละรูปมีเตียงไม้ ๑ เตียง และตู้หัวเตียงเล็ก ๆ เพียง ๑ ตู้เท่านั้น ไม่มีแอร์ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีทีวี ไม่มีเครื่องเสียง และใช้ห้องน้ำรวม

7. อยู่ร่วมกันแบบสามัคคีธรรม
พระภิกษุเหมือนเป็นพี่น้องกันเพราะเป็นพุทธบุตร เป็นลูกพระพุทธเจ้าเหมือนกัน เจ็บป่วยไข้ไม่สบายก็ช่วยกันดูแล แม้บางรูปครอบครัวเดือดร้อน โยมพ่อโยมแม่ป่วยไข้ไม่สบาย พระเพื่อน ๆ จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันเหมือนครอบครัวเดียวกัน
8. ปกครองกันโดยธรรม
หมู่คณะที่ใหญ่มีสมาชิกถึง ๓,๐๐๐ รูป ก็ย่อมมีผู้ประพฤติไม่เหมาะสมปนอยู่เป็นธรรมดา แม้ในสมัยพุทธกาลก็มี ซึ่งเมื่อมีเหตุอะไรเกิดขึ้น ทางวัดจะมีคณะวินัยธรตรวจสอบข้อเท็จจริง และลงโทษตามควรแก่กรณี โดยศึกษาแนวทางจากพระวินัยปิฎกที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้

โดยภาพรวม แนวทางการฝึกอบรมการอยู่ร่วมกันของพระภิกษุวัดพระธรรมกาย ยึดหลักสิกขา (การศึกษาอบรมตลอดชีวิต) ตามที่พระพุทธเจ้าทรงวางแนวทางไว้ และสามารถตอบโจทย์ของสังคมปัจจุบันที่ต้องการพระภิกษุที่มีความสามารถในการเผยแผ่ธรรม มีศีลาจารวัตรงดงามได้ดี

โจทย์ที่ท้าทาย

คณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย มีคุณสมบัติตรงกับสิ่งที่สังคมกำลังเรียกร้องต้องการ คือ บวชด้วยอุดมการณ์ มีการฝึกอบรมเข้มข้น นุ่งห่มเรียบร้อย มีศีลาจารวัตรงดงาม มีความรู้ความสามารถในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำงานเป็นทีม มีความเป็นอยู่เรียบง่ายไม่สะสม ทุ่มเทความรู้ความสามารถเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

แต่ภาพเหล่านี้ สังคมไม่ได้รับรู้ เห็นภาพวัดพระธรรมกายแต่อาคารสิ่งปลูกสร้างใหญ่โต พิธีกรรมสงฆ์ที่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก หรือหยิบยกกรณีพระภิกษุของวัดเพียงบางรูปที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมมาขยาย จนสังคมเข้าใจผิดคิดว่า พระวัดพระธรรมกายโดยรวมเป็นเช่นนั้น จึงเป็นเรื่องท้าทายว่า คณะสงฆ์วัดพระธรรมกายจะสามารถสื่อให้สังคมเข้าใจตนตามเป็นจริงได้อย่างไร

หากวัดทั่วประเทศมีกระบวนการในการคัดคนบวช การฝึกอบรมพระ และให้การศึกษาพระธรรมวินัยอย่างต่อเนื่องอย่างที่วัดพระธรรมกายทำ ก็จะเป็นประโยชน์มากต่อการพัฒนาคุณภาพสงฆ์

 

 

 

 

 

 

 

เราคิดอะไร ?

ความจริงในสิ่งที่เป็น มากกว่าสิ่งที่คุณเคยรู้ เป็น อยู่ คือ วัดพระธรรมกาย เรื่องราวมากมายอีกหลายแง่มุม เปิดรอคุณเข้ามาสัมผัส สร้างความเข้าใจในมุมมองใหม่ ที่อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม

dbuddhist