จุดอ่อนวัดพระธรรมกาย

ขณะที่อบายมุขท่วมเมือง วัดที่สอนให้ประชาชนถือศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิได้นับล้าน ๆ คน กลับถูกเข้าใจว่า สอนผิด นี่คือสิ่งที่แสดงอย่างชัดเจนว่า “วัดพระธรรมกายอ่อนการประชาสัมพันธ์”

ทางวัดเพียงแต่นำภาพกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ที่ดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย งดงาม เผยแพร่สู่ประชาชน ทางวัดคิดแบบ “Inside Out” คือ ตั้งใจทำดี แล้วเอาสิ่งที่ตนเห็นว่าดี นำเสนอสู่สาธารณะอย่างซื่อตรง

ไม่ได้คิดเลยว่าคนที่เขาหมั่นไส้ก็มี คนที่หวั่นไหวต่อจำนวนสาธุชน ความเจริญเติบโตของวัดก็มี ศาสนิกของศาสนาอื่นที่หวังกลืนประเทศไทย เห็นการทำงานเผยแผ่ของวัดที่ได้ผลแล้วไม่ชอบใจ มองวัดเป็นก้างขวางคอ กลายเป็นเป้าใหญ่ให้รุมโจมตี โดยเฉพาะทาง Social Network ก็มี

ยิ่งวัดนำเสนอภาพความสำเร็จมากเท่าไร ก็เหมือนยิ่งไปกระตุ้นแรงต้านให้เพิ่มขึ้น จึงเกิดกระแสโหมโจมตีวัดอย่างหนัก มีทั้งการบิดเบือน ตัดต่อภาพเจ้าอาวาสและพระภิกษุของวัด ในรูปลักษณ์ประหลาด ๆ เพื่อทำลายศรัทธา

นำเรื่องของพระภิกษุบางรูป หรือญาติโยมบางคนที่ประพฤติไม่เหมาะสม ซึ่งในสังคมหมู่ใหญ่ที่ใด ย่อมมีคนทำผิดแทรกอยู่เป็นธรรมดา มาโจมตีขยายให้สังคมเข้าใจผิดคิดว่า พระภิกษุและญาติโยมวัดพระธรรมกายเป็นอย่างนั้นทั้งหมด เพื่อตอกย้ำว่าวัดสอนผิดเพี้ยน

มีการใช้วาทะสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) โจมตีวัดอย่างรุนแรงต่อเนื่องทุกรูปแบบ เช่น โกหกว่าวัดขายบุญ ขายค้อนด้ามละหลายแสนบาท ตั้ง Facebook ปลอม ว่าเป็นพระภิกษุหรือญาติโยมวัดพระธรรมกาย แล้วใส่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ไม่ถูกไม่ควรลงไป เพื่อหลอกลวงประชาชนที่ไม่รู้ความจริงให้คิดว่า คนวัดนี้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้
เรื่องราวดังกล่าว ถ้าใครติดตามจะเห็นว่า วนเวียนไปมากับการ Copy และ Post ซ้ำเป็นระยะ ๆ จากเรื่องราวนับสิบ ๆ ปีที่ผ่านมาไม่มีอะไรใหม่

น่าประหลาดใจที่ทางวัดแทบไม่เคยชี้แจงแก้ต่างข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างจริงจังเลย แต่กับเรื่องงานส่วนรวม เช่น

- การรณรงค์ให้ศิษยานุศิษย์ไปช่วยวัด ๓๒๓ วัดใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยอมเสี่ยงตายไปจัดผ้าป่าครบทุกวัด ทุกเดือนมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปี นับรวมเกินกว่า ๑๐๐ ครั้ง

- การรณรงค์คัดค้านการรื้อทำลายพุทธสถาน เพื่อทำเหมืองที่ เมส อาแน็ค (Mes Aynak) ประเทศอัฟกานิสถาน ทางวัดทุ่มเททำจริงจังจนสำเร็จ

แต่พอเรื่องของวัดเอง คนเขาใส่ร้ายป้ายสีโจมตีอยู่ทุกวัน ทางวัดกลับนิ่งเฉย เป็นเรื่องแปลกมาก เพราะคนทั่วไป ถ้าเรื่องตัวเองต้องลุกมาแก้ไข ถ้าเรื่องส่วนรวมก็อาจทำบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่วัดพระธรรมกายกลับตรงกันข้าม เรื่องตัวเองกลับนิ่งเฉย แต่เรื่องส่วนรวมลุกขึ้นมาแก้ไขจริงจัง

คิดว่าคงเป็นเพราะแนวคิดของวัด ที่ให้ศิษยานุศิษย์ท่องทุกคืนทาง DMC ว่า “เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง” ทางวัดจึงไม่สนใจแก้ข้อกล่าวหาที่มีต่อตนเท่าที่ควร

วัดพระธรรมกายทำงานมาถึง ณ จุดนี้ สิ่งใดที่เกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกายไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของวัดอีกต่อไปแล้ว แต่ส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาโดยรวมด้วย การที่วัดเพิกเฉยปล่อยคนโจมตีวัด ก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาโดยรวมด้วย

จึงใคร่ขอร้องให้ทางวัดได้ใส่ใจกับการประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ ให้สังคมได้เข้าใจวัดพระธรรมกายถูกต้องตามความเป็นจริง วัดที่มีพระภิกษุที่มีอุดมการณ์ มีความรู้ความสามารถกว่า ๓,๐๐๐ รูป มีญาติโยมที่อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน จะกลายเป็นกำลังที่สำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนาและสังคมไทย

วัดพระธรรมกายจะต้องประชาสัมพันธ์แบบ “Inside Out” คือ ทำความเข้าใจว่า สังคมคิดอะไรอยู่ และนำเสนอสิ่งที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของวัดและคนวัด ให้สังคมเข้าใจตามความเป็นจริงให้จงได้
ทำกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาใด ๆ ไม่ใช่เห็นว่าดีแล้วก็ทำเลย แต่จะต้องประชาสัมพันธ์ สื่อสารให้สังคมเข้าใจถึงเหตุผล แนวคิด วัตถุประสงค์ของการทำกิจกรรมนั้น ๆ อย่างกระจ่างแจ้ง ก็จะทำให้ได้รับความร่วมมือร่วมใจด้วยดี

หากวัดพระธรรมกายสามารถแก้จุดอ่อนเรื่อง “ภาพลักษณ์” ของตนได้สำเร็จ จะทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนของสังคม พลังของพระภิกษุและชาวพุทธนับล้าน ที่มีอุดมการณ์อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา จะช่วยขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาในประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองได้อีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

เราคิดอะไร ?

ความจริงในสิ่งที่เป็น มากกว่าสิ่งที่คุณเคยรู้ เป็น อยู่ คือ วัดพระธรรมกาย เรื่องราวมากมายอีกหลายแง่มุม เปิดรอคุณเข้ามาสัมผัส สร้างความเข้าใจในมุมมองใหม่ ที่อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม

dbuddhist