คนพาลเท่านั้นที่ไม่สรรเสริญการให้ทาน

ปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ที่คนทำบุญมากเกินไป แต่อยู่ที่คนใช้จ่ายเงินไปกับอบายมุขมากเกินไป ค่าใช้จ่ายเรื่องเหล้า เบียร์ บุหรี่ของคนไทยตกปีละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารวมยาเสพติด และการพนันด้วย เกินกว่า ๑ ล้านล้านบาท/ปี มากกว่าเงินทำบุญประมาณ ๑๐ เท่า

นอกจากอบายมุขจะทำให้เสียทรัพย์แล้ว ยังเสียสุขภาพ เสียการงาน เกิดปัญหาครอบครัว เป็นบ่อเกิดของอาชญากรรม และปัญหาสังคมนานัปการ

ถ้าเราสามารถชวนคนเข้าวัดปฏิบัติธรรมได้มาก ๆ คนที่เข้าวัดจะลด ละ เลิกอบายมุข แล้วนำส่วนหนึ่งของเงินที่เคยใช้ไปกับอบายมุขมาทำบุญ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และบริจาคช่วยเหลือสังคมในเรื่องต่าง ๆ แทน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวผู้ทำบุญ ครอบครัว สังคม และเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภพเบื้องหน้าด้วย

ไม่ต้องกลัวว่าคนจะทำบุญสร้างวัดมากไป เพราะวัดใหญ่ ๆ ยังใช้งบก่อสร้างน้อยกว่าโรงงานเหล้า เบียร์ ยาสูบเสียอีก ยิ่งสร้างแล้วมีคนเข้าวัดปฏิบัติธรรมมาก ๆ ยิ่งคุ้มค่ามาก

ถ้าเห็นวัดไหนมีเสนาสนะครบบริบูรณ์ แต่คนเข้าวัดน้อย ไม่ใช่เป็นเหตุอ้างให้ชวนคนเลิกสร้างวัด แต่เราควรช่วยกันรณรงค์ชวนคนเข้าวัดให้มาก ๆ ให้เต็มโบสถ์ เต็มวิหาร เต็มศาลา ใช้สอยพื้นที่ให้คุ้มประโยชน์

ผู้ที่คิดจะติเตียนคนทำบุญนั้น เอาเวลาและสติปัญญาไปกระตุ้นเตือนให้คนเลิกอบายมุขดีกว่า
ตัวอย่างในครั้งพุทธกาล

พระเจ้าปเสนทิโกศล1
พระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชาแห่งแคว้นโกศล ได้ถวายอสทิสทานด้วยการถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุ ๕๐๐ รูป โดยนิมนต์ท่านนั่งบนมณฑป

มีช้าง ๕๐๐ เชือก ถือเศวตฉัตรกั้นร่มให้ โดยใช้ช้าง ๑ เชือกต่อพระภิกษุ ๑ รูป และมีเจ้าหญิง ๒๕๐ พระองค์ ถือพัดเพื่อพัดให้พระภิกษุ อีกทั้งมีเจ้าหญิง ๒๕๐ พระองค์ คอยบดของหอมบูชาพระภิกษุ

เศวตฉัตร บัลลังก์สำหรับนั่ง เชิงบาตร และตั่งเช็ดเท้าที่พระราชาทำถวายพระศาสดาเป็นของสูงค่าประมาณไม่ได้ ในการทำทานครั้งนี้พระราชาสละทรัพย์ไป ๑๔๐ ล้าน ภายในวันเดียว

บางคนอาจนึกสงสัยว่า ทำไมต้องให้ทานมากขนาดนี้ ถ้าเป็นผู้ที่รู้ค่าของบุญแล้ว จะไม่มีคำว่าทำบุญมากเกินไปเลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อสร้างบารมีอยู่ บางพระชาติถึงขนาดสละเลือดเนื้อของตนให้แม่เสือกิน เพื่อป้องกันไม่ให้แม่เสือที่หิวโซกินลูกตัวเอง

อำมาตย์ของพระราชาคนหนึ่งชื่อ กาฬะ คิดติเตียนพระราชาว่า “นี้เป็นไปเพื่อความเสื่อมแห่งราชตระกูล ทรัพย์ถึง ๑๔๐ ล้าน ใช้หมดในวันเดียว ภิกษุทั้งหลายบริโภคอาหารแล้วก็นอนหลับ มิได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ ราชตระกูลฉิบหายเสียแล้ว

อำมาตย์อีกคนชื่อว่า ชุณหะ คิดสรรเสริญพระราชาว่า “ทานของพระราชายิ่งใหญ่ น่าเลื่อมใสจริง
คนอื่นทำไม่ได้ เราขออนุโมทนาบุญนั้น

พระราชาทรงกริ้วกาฬอำมาตย์ ตรัสว่า “เราให้ทานมากจริง แต่เราให้ของของเรา มิได้เบียดเบียนอะไรท่านเลย ไฉนท่านจึงเดือดร้อนปานนั้น” ดังนี้แล้ว ทรงเนรเทศกาฬอำมาตย์ออกจากแคว้น และมอบราชสมบัติให้ชุณหะอำมาตย์ครอง ๗ วัน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “คนตระหนี่ไปเทวโลกไม่ได้ คนพาลเท่านั้นที่ไม่สรรเสริญการให้ทาน
ส่วนนักปราชญ์อนุโมทนาการให้ทาน จึงเป็นผู้มีความสุขในโลกหน้าเพราะการอนุโมทนานั้น

เราอย่าประพฤติตนเยี่ยงกาฬอำมาตย์ ติเตียนคนที่เขาตั้งใจทำบุญให้ทานเลย เพราะการกระทำอย่างนั้นจะนำมาซึ่งบาปอกุศล ตายแล้วไปสู่อบายภูมิ แต่ให้ปฏิบัติตามโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อนุโมทนาชื่นชมผู้ที่ให้ทานกันเถิด

เพราะนั่นเป็นทางมาแห่งบุญกุศล นำความสุขความเจริญมาสู่ตัวเอง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า
1อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท โลกวรรคที่ 13 เรื่องอสทิสทาน, ม.ก, เล่ม 42 ข้อ 23 หน้า 224

 

 

 

 

 

เราคิดอะไร ?

ความจริงในสิ่งที่เป็น มากกว่าสิ่งที่คุณเคยรู้ เป็น อยู่ คือ วัดพระธรรมกาย เรื่องราวมากมายอีกหลายแง่มุม เปิดรอคุณเข้ามาสัมผัส สร้างความเข้าใจในมุมมองใหม่ ที่อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม

dbuddhist