เรื่องนี้มีข้อโต้แย้งกันว่าเป็นพระลิขิตจริงหรือไม่  ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ชาวพุทธ  แต่ทางวัดพระธรรมกายซึ่งน่าจะชี้แจง  กลับนิ่งเงียบมาตลอด 10 กว่าปี  จากการสืบเสาะหาหลักฐานของทีมงานเพจ  ปรากฎดังนี้

มีการปลอมพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชเกิดขึ้นจริง  ดังปรากฎหลักฐานตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 23/2547 ซึ่งได้สรุปเรื่องที่เป็นเหตุให้ต้องมีการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  ว่าเป็นเพราะมีการปลอมพระลิขิตหลายกรรมหลายวาระ  อาทิ

ปลอมพระลิขิตปลดนายบัณฑูร ล่ำซำ  ผู้จัดการและประธานมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ จากตำแหน่ง  และเนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช  จึงมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามให้สืบสวนในทางลับ  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 

จนในที่สุดวันที่ 30 กรกฎาคม 2545  กองพิสูจน์หลักฐานได้ออกรายงานที่ 1001/2545 ลงความเห็นว่า  ลายเซ็นของสมเด็จพระสังฆราช ในเอกสารทั้ง 6 รายการ เป็นลายเซ็นปลอม  มีการดำเนินคดีกับ นายเรวัตร  อุปพงศ์  นายสิทธิโชค  ศรีสุคนธ์  และพระราชรัตนมงคล  ผู้รับใช้ใกล้ชิดในวัดบวรนิเวศ  ในข้อหา “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม”

ในเดือนธันวาคม 2546  ได้มีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชเสนอแต่งตั้งพระราชรัตนมงคล  เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม  แต่สุดท้ายพระเทพสารเวที  เลขานุการของสมเด็จพระสังฆราช  ได้ขอพระลิขิตดังกล่าวกลับคืนไป  ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชน  เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ และเสื่อมเสียพระเกียรติยศของสมเด็จพระสังฆราช  และทำให้เกิดความสับสนในหมู่ชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง  

 

พระลิขิตในการกล่าวโทษพระธัมมชโยดังกล่าว  มีข้อผิดสังเกตหลายประการ  อาทิ

ตัวเลขวันที่ ปีพ.ศ.ใช้ตัวเลขอารบิค  ซึ่งในการคณะสงฆ์จะทราบดีว่า  เป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง  เพราะเอกสารสำคัญของการคณะสงฆ์จะใช้เฉพาะเลขไทยเท่านั้น  แม้นักเรียนบาลีก็ต้องใช้เลขไทยทั้งหมด

วรรคตอนข้อความขาดเป็นช่วงๆ ผิดหลักภาษาไทย  ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่เอกสารสำคัญของสมเด็จพระสังฆราชจะใช้สำนวนการพิมพ์เช่นนี้

ลายเซ็นสมเด็จพระสังฆราชตัวหนังสือสะดุดเป็นระยะเป็นรูปเหลี่ยม  ต่างจากลายเซ็นตามปกติ กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปทราบดีถึงพระพลานามัยของสมเด็จพระสังฆราช 

หลายกรณีจึงเหมือนน้ำท่วมปาก  รู้ความจริงแต่พูดไม่ออก  เพราะเกรงกระทบพระเกียรติยศของสมเด็จพระสังฆราช  ทำให้ต้องนิ่งเงียบ

การที่อัยการถอนฟ้องพระธัมมชโย โดยขอให้โอนเงินและที่ให้วัดก่อนนั้น เพราะทุกฝ่ายมุ่งหาทางรักษาพระเกียรติยศสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้ดูว่าได้ทำตามพระลิขิตที่มีเผยแพร่อยู่แล้ว

ที่ว่าพระธัมมชโยโอนเงินให้วัดร่วมพันล้านบาทนั้น   จริงๆ ศิษยานุศิษย์เป็นผู้โอนเงินของตนให้วัด ทุกคนทำเพื่อรักษาพระเกียรติยศเพื่อให้เรื่องจบ  และปัจจัยก็ได้ใช้ในการสร้างวัดต่อไป

มหาเถรสมาคมได้พิจารณากลั่นกรองนำเสนอเลื่อนสมณศักดิ์พระธัมมชโย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพญาณมหามุนี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554 จากคุณูปการที่ท่านได้มีต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติ

หากพระธัมมชโยปาราชิกจริง เป็นไปไม่ได้เลยที่มหาเถรสมาคมที่ประกอบด้วยพระมหาเถระจากทั้งมหานิกายและธรรมยุติจะนำเสนอเพื่อขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ให้เช่นนั้น

จึงชัดเจนว่า   คำกล่าวหาว่าพระธัมมชโยปาราชิกนั้น เป็นเรื่องไม่จริง

เราคิดอะไร ?

ความจริงในสิ่งที่เป็น มากกว่าสิ่งที่คุณเคยรู้ เป็น อยู่ คือ วัดพระธรรมกาย เรื่องราวมากมายอีกหลายแง่มุม เปิดรอคุณเข้ามาสัมผัส สร้างความเข้าใจในมุมมองใหม่ ที่อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม

dbuddhist