คำถามเรื่องที่ดิน

 

ถาม     ที่มีการกล่าวโจมตีว่าเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายโกงที่ดินวัดไป  แล้วพอโดนทักท้วง จึงยอมคืนที่ดินให้กับวัด เรื่องนี้มีเรื่องราวความเป็นจริงอย่างไร
ตอบ    ความจริงเรื่องนี้มีดังนี้                                                                                              

  1. ญาติโยมที่เป็นผู้ถวายที่ดินยืนยันว่าตั้งใจถวายพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เพราะมีความศรัทธาในตัวท่าน ในโฉนดที่ดินก็ระบุไว้อย่างชัดเจน ว่าเจ้าของเดิมถวายพระราชภาวนาวิสุทธิ์เพื่อใช้ในกิจการพระพุทธศาสนา
  2. หากถวายวัด ที่ดินนั้นจะกลายเป็นธรณีสงฆ์  มีข้อจำกัดในการใช้งาน ไม่สามารถใช้สร้างวัดใหม่ขึ้นมาได้แม้ว่าจะอยู่คนละจังหวัด  เพราะจะกลายเป็นวัดซ้อนวัด   ผิดพระวินัย
  3. เจ้าของที่ดินหลายแปลงได้เดินทางมาเป็นพยานในศาล  ยืนยันว่าตั้งใจถวายที่ดินแด่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เป็นการส่วนตัว เพราะศรัทธาในการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน
  4. เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาที่เป็นโจทก์ฟ้องร้องกลับแย้งเจ้าของที่ดินว่า  เมื่อเขียนในโฉนดว่า ถวายพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เพื่อใช้ในกิจการพระพุทธศาสนา แสดงว่าต้องถวายวัด ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก ที่เจ้าของที่ดินเขายืนยันว่าถวายที่ให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์  แต่เจ้าหน้าที่กรมการศาสนากลับทำตัวรู้ดีกว่าเจ้าของที่ดินแล้วหาเรื่องฟ้องวัด
  5. เจ้าหน้าที่กรมการศาสนายืนยันว่า  การใช้ในกิจการพระพุทธศาสนาจะต้องเป็นวัดเท่านั้น เมื่อถามว่าหากพระราชภาวนาวิสุทธิ์นำที่ดินนี้ไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเผยแผ่ธรรมะ ถือเป็นกิจการพระพุทธศาสนาหรือไม่  เจ้าหน้าที่กรมฯตอบว่า ไม่เป็นกิจการพระพุทธศาสนา ต้องเป็นวัดอย่างเดียว เมื่อทนายถามต่อว่า แล้วพุทธมณฑล ซึ่งไม่ได้เป็นวัด ถือเป็นกิจการพระพุทธศาสนาไหม เจ้าหน้าที่กรมฯหยุดคิด ทนายพูดย้ำว่า คิดให้ดีก่อนตอบ เพราะพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จนะ เจ้าหน้าที่กรมฯ จึงตอบว่าพุทธมณฑลยกเว้น เป็นกิจการพระพุทธศาสนา
  6. เพียงดูเรื่องราวทั้งหมดสาธุชนผู้มีใจเป็นธรรม ก็จะตอบได้ทันทีว่า เรื่องนี้เป็นการหาเรื่องกัน  เอาเรื่องไม่เป็นเรื่องให้กลายเป็นเรื่อง
  7. ปัจจุบันก็ยังมีสาธุชนจำนวนมากถวายที่ดินแก่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ปัจจุบันเป็นที่พระเทพญาณมหามุนี) โดยทำพิธีถวายท่ามกลางสาธุชนเรือนแสน และจะเปล่งคำถวายถึง 3 รอบ ว่า ถวายท่านเป็นการส่วนตัว  ท่านจะนำไปใช้หรือหากที่ดินนั้นไม่เหมาะในการใช้งานจะนำไปจำหน่ายเพื่อนำทรัพย์มาใช้ในงานพระพุทธศาสนาก็ได้  มีการอัดวีดีโอไว้ตลอด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก
  8. พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ท่านบวชอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนามา 46 พรรษาแล้ว เป็นผู้สร้างวัดพระธรรมกายและวัดสาขาทั่วโลก 161 แห่ง เผยแผ่ธรรมะสู่ประชาชนนับสิบล้านคน มีคุณูปการมากมายต่อพระพุทธศาสนา ปัจจุบันท่านอายุกว่า 70 ปีแล้ว ทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อการปฏิบัติธรรม และเผยแผ่ธรรมะสู่ประชาชน  การกล่าวหาว่าท่านยักยอกที่วัด เป็นเรื่องไร้สาระ

“ สิ่งที่บุคคลผู้หนึ่งทำมาตลอดทั้งชีวิต เชื่อถือได้มากกว่าคำพูดโจมตีกล่าวร้ายของใคร
___________________________________________


ถาม     ที่มีการกล่าวหาว่าพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) โกงเงินวัดแล้วพอโดนทักท้วง จึงยอมคืนเงินให้กับวัด เรื่องนี้มีเรื่องราวความจริงอย่างไร?
ตอบ    ความจริงเรื่องนี้มีดังนี้

  1. วัดมี 2 ประเภท คือ

ก.วัดเก่าแก่  ที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด  ประชาชนมาทำบุญเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ไม่ใช่เพราะตัวเจ้าอาวาส
ข.วัดสร้างใหม่  ที่เจ้าอาวาสเป็นผู้สร้างวัด  ประชาชนมาทำบุญเพราะเลื่อมใสศรัทธาเจ้าอาวาส ทำบุญกับท่านตั้งแต่ยังไม่มีวัด แล้วท่านก็เอาปัจจัยนั้นมาสร้างวัด

  1. วัดพระธรรมกายเป็นวัดสร้างใหม่  โดยพระราชภาวนาวิสุทธิ์ท่านเป็นผู้สร้างวัด นำปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านตั้งแต่ยังไม่มีวัดมาสร้างวัดพระธรรมกายขึ้น
  2. แม้เมื่อวัดพระธรรมกายได้รับอนุญาตจัดตั้งเป็นวัดแล้ว การที่วัดขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีความเจริญก้าวหน้าทั้งการเผยแผ่ไปทั่วโลกสู่ประชาชนนับสิบล้านคน การก่อสร้างศาสนสถานรองรับคนได้ 1 ล้านคน การศึกษาสอบบาลีได้อันดับหนึ่งของประเทศเนืองๆ มีพระภิกษุสามเณรกว่า 4,000 รูป มากที่สุดในโลก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ เพราะความเลื่อมใสศรัทธาที่ประชาชนมีต่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์จึงทำบุญกับท่าน แล้วท่านเอาปัจจัยนั้นมาสร้างวัด
  3. แม้ปัจจุบันท่านอายุกว่า 70 ปีแล้ว สุขภาพไม่ใคร่ดีนัก ไม่ได้ลงสอนธรรมะญาติโยมทุกสัปดาห์ ญาติโยมจำนวนมากเตรียมปัจจัยมาถวายท่าน พอสัปดาห์ไหนท่านไม่ได้ลงสอนธรรมะ  ญาติโยมก็หอบปัจจัยกลับบ้านเพราะเขาศรัทธาต้องการทำบุญกับท่าน
  4. วัดพระธรรมกายทำงานอยู่ได้เพราะพระราชภาวนาวิสุทธิ์ นำปัจจัยที่ญาติโยมทำบุญกับท่านมาใช้สร้างวัด สนับสนุนการทำงานของวัด การกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัด จึงเป็นเรื่องตลก เหมือนพ่อที่ทำงานส่งเสียลูกเรียนหนังสือ ให้เงินลูกใช้ แล้วถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินลูก  ถ้าท่านต้องการมีทรัพย์เพียงแต่ลดการสนับสนุนให้เงินช่วยเหลือวัดพระธรรมกายลง ก็จะมีเงินส่วนตัวเหลือมากมาย  แต่ท่านไม่ต้องการ โยมถวายปัจจัยมาท่านก็เอาไปทำบุญสร้างวัดเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป เพราะนั้นคือเป้าหมายในการบวชของท่าน
  5. ที่ว่าท่านคืนเงินให้วัดร่วมพันล้านบาทนั้น จริงๆ ศิษยานุศิษย์เป็นผู้โอนเงินของตนให้วัด เพื่อให้เรื่องจบและปัจจัยก็ได้ใช้ในการสร้างวัดต่อไป
  6. พระราชภาวนาวิสุทธิ์อายุ 70 ปีเศษแล้ว บวชมา 46 พรรษา ตลอดกว่า 10 ปี มานี้ แทบจะไม่เคยเดินทางออกนอกวัดพระธรรมกายเลย เป็นอยู่อย่างเรียบง่าย สวนทางกับการกล่าวร้ายใส่ความโดยสิ้นเชิง ท่านทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อการปฏิบัติธรรมและทำงานหนักเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย

      สิ่งที่บุคคลผู้หนึ่งทำมาตลอดชีวิต พิสูจน์ความจริงได้มากกว่าคำกล่าวหาโจมตี หากท่านจะยักยอกทรัพย์ ถามว่าจะเอาไปทำอะไร เอาไปใช้ตอนไหน ตอนอายุ 80 , 90 ปีอย่างนั้นหรือ วิญญูชนผู้มีปัญญาและมีใจเป็นธรรม ย่อมมองความจริงออกชัดเจน

 


คำถามเรื่องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

 

  • 1.วัดพระธรรมกายมีส่วนเกี่ยวข้องในกรณียักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษรหรือไม่

ตอบ    วัดพระธรรมกายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกรณียักยอกเงินดังกล่าว เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ทางวัดได้สอบถามนายศุภชัย ว่าเงินที่นำมาทำบุญมาจากไหน ได้รับคำตอบว่า กู้ยืมมาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น และได้คืนแล้ว  โดยมีหลักฐานคือ การตรวจสอบบัญชีประจำปีและรายงานต่อที่ประชุมใหญ่สหกรณ์ฯ

  • 2.ยอดเงินบริจาคมากถึงหลายร้อยล้านบาท ทำไมถึงไม่สงสัยบ้าง

ตอบ    นายศุภชัย ไม่ใช่ผู้ทำบุญมากที่สุดของวัด ยังมีผู้ทำบุญมากกว่านายศุภชัยอีกหลายท่าน ดังนั้น เมื่อเจ้าตัวมาทำบุญจำนวนมากและบอกว่าทำธุรกิจ ทำเหมืองหลายอย่าง  ได้ผลกำไรดีมากจึงมาทำบุญ ทางวัดจึงไม่ได้สงสัยอะไร

  • 3.วัดพระธรรมกายนำเงินคราวนี้ไปทำอะไร

ตอบ    นำไปใช้ก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาค เนื่องจากมีประชาชนมาปฏิบัติธรรมที่วัดจำนวนมาก คราวละนับล้านคนในงานบุญใหญ่  จึงจำเป็นต้องมีศาสนสถานขนาดใหญ่รองรับ

  • 4.เพราะเหตุผลใด ทางวัดพระธรรมกายจึงคืนเงินบริจาค จำนวน 684 ล้านบาทให้แก่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น?

คำตอบ  ทางวัดได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินบริจาคไปสร้าง ศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว ทางวัดไม่สามารถนำเงินของผู้บริจาครายอื่นในวัตถุประสงค์อื่นมาคืนให้แก่สหกรณ์ฯได้  แต่เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น ทางคณะศิษย์ของวัดพระธรรมกายเห็นว่า  หากมีการต่อสู้คดีกันต่อไปก็จะกินเวลานาน และเกิดความเสียหายทั้งต่อชื่อเสียงของวัด  และต่อประชาชนผู้ฝากเงินที่เดือดร้อน  จึงได้ตั้งกองทุนรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนแก่สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์  โดยมีเงื่อนไขว่า  หากอนาคตมีการพิสูจน์ได้ว่า  เงินที่ทางคุณศุภชัยนำมาบริจาคแก่วัดนั้น  มาจากการกู้ยืมและได้คืนไปหมดแล้ว  ตามที่คุณศุภชัยได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ทางสหกรณ์ก็จะคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่คณะลูกศิษย์วัด

 

  • 5.ขณะนี้ปัญหากับทางสหกรณ์ฯเป็นอย่างไรบ้าง

คำตอบ  ทางสหกรณ์ฯได้มีหนังสือขอบคุณมายังคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย  ที่มีน้ำใจตั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยาแก่ทางสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ที่เดือดร้อนครบจำนวน  ทั้งที่ตามกฎหมายเมื่อเป็นการรับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินไปก่อสร้างศาสนสถานซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะตามเจตนาของผู้บริจาค  ถือเป็นเรื่องไม่ผิดกฎหมาย  ดังตัวอย่าง  ที่คุณศุภชัยก็ได้นำเงินไปบริจาคให้แก่วัดและโรงเรียนอื่นๆ  อีกหลายแห่ง  ซึ่งก็ไม่ต้องคืนเงินแต่ประการใด  แต่ทางคณะลูกศิษย์วัดยึดหลักมนุษยธรรม  จึงตั้งกองทุนขึ้นช่วยเหลือเยียวยาแก่สมาชิกสหกรณ์ผู้ฝากเงินที่เดือดร้อน  เรื่องราวระหว่างสหกรณ์ฯ กับทางวัดจึงจบลงแล้วด้วยดีทุกประการ   และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2558  ทางวัดก็ได้ไปให้ข้อมูลกับทางดีเอสไอในฐานะพยาน ยืนยันว่า ทางวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใดๆ กับคุณศุภชัย ในคดียักยอกเงินของสหกรณ์ฯคลองจั่น

  • 6.ประชาชนทั่วไปมีการออกความเห็นว่าการบริจาคเงินให้แก่วัด ควรมีวิธีการที่โปร่งใสและเปิดเผยมากกว่านี้ โดยควรระบุแหล่งที่มาของเงินนั้นๆ ด้วยในการบริจาค ทางวัดพระธรรมกาย เห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวนี้หรือไม่ อย่างไร?

คำตอบ   วัดหรือมูลนิธิหรือองค์กรสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค  การจะไปถามผู้บริจาคว่าเอาเงินจากไหน ในเชิงปฏิบัติจริงทำได้ยาก  เพราะจะเป็นการเสียมารยาทมาก เหมือนไปดูถูกผู้บริจาค แต่ทางวัดเห็นด้วยกับหลักการความโปร่งใสในการบริจาคทาน โดยขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดหาวิธีการที่ปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

  • 7.ในความเชื่อที่ว่า "ยิ่งบริจาคมาก ยิ่งได้บุญมาก ชีวิตในชาติหน้าจะดียิ่งๆขึ้นไป"  ท่านคิดว่าความเชื่อนี้ส่งผลให้คนบริจาคมากขึ้นหรือไม่?

คำตอบ   พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ในการบริจาคทานนั้น หากผู้บริจาคมีจิตเลื่อมใสมาก แม้บริจาคน้อยก็ได้บุญมาก  และทรัพย์ที่นำมาบริจาคนั้น ต้องเป็นทรัพย์ที่ได้มาด้วยความสุจริตด้วย จึงจะได้บุญมาก  

“คนเราควรให้ทานเต็มกำลังศรัทธาของตนเอง โดยไม่ให้เดือดร้อนตนเอง และไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น”

 

เราคิดอะไร ?

ความจริงในสิ่งที่เป็น มากกว่าสิ่งที่คุณเคยรู้ เป็น อยู่ คือ วัดพระธรรมกาย เรื่องราวมากมายอีกหลายแง่มุม เปิดรอคุณเข้ามาสัมผัส สร้างความเข้าใจในมุมมองใหม่ ที่อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม

dbuddhist