โมเดลไทยแลนด์

 

แต่ปัญหา คือ คนไทยชอบทะเลาะกัน ทำงานเป็นทีมไม่เก่ง เห็นคนลำบากเรามักจะสงสาร แต่ถ้าใครทำอะไรโดดเด่นเกินหน้ามักจะถูกหมั่นไส้โจมตี บางท่านจึงบอกว่า สังคมไทยเป็นสังคมทอนกำลังตนเอง มีเมตตากรุณาแต่ขาดมุทิตาจิต เมื่อใดที่มีภัยมาถึงตัวคนไทยจะหันมาสามัคคีกันสู้ศึก และเอาชนะผ่านวิกฤตไปได้ในที่สุด 
สถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งพอจะนับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธได้ เหลือเพียงแค่ร้อยละ ๖๙ ส่วนชาวพุทธที่เข้มแข็งตื่นตัวอาจเหลืออยู่เพียงร้อยละ ๕
พึงตรองดูเถิดว่า จะนับเป็นภาวะวิกฤตได้หรือยัง ที่ชาวพุทธทั้งหลายควรจะเลิกทะเลาะกัน หันมาสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนา นำศีลธรรมกลับมาสู่สังคมไทยเสียที
ถ้าเราสามัคคีกันเหมือนชาวพุทธในไต้หวัน พระพุทธศาสนาจะเจริญก้าวหน้า มั่นคงสถิตสถาพรอย่างแน่นอน

องค์กรพุทธที่โดดเด่นในด้านต่างๆ
เราลองมาสำรวจองค์กรพุทธที่เข้มแข็งในด้านต่าง ๆ ของประเทศไทยดูบ้าง

  1. ด้านการศึกษา

๑.๑ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ของมหานิกาย มีนักศึกษาเป็นพระและคฤหัสถ์หลายหมื่นคน
๑.๒ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ของธรรมยุติกนิกาย มีนักศึกษาเป็นพระและคฤหัสถ์นับหมื่นคนเช่นกัน

  1. ด้านการทำสมาธิภาวนา

๒.๑ สายพุทโธ มีพระป่าศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จำนวนมากที่ตั้งใจปฏิบัติธรรม มีผู้เลื่อมใสศรัทธาทั่วประเทศ
๒.๒ สายสัมมาอะระหัง มีศิษยานุศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ปฏิบัติธรรมอยู่ทั่วประเทศ และที่ขยายไปต่างประเทศก็มีอยู่จำนวนมาก
๒.๓ สายพองหนอยุบหนอ ได้ผนวกเป็นหลักสูตรบังคับของนิสิต มจร ทำให้ขยายไปทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว

  1. ด้านการเผยแผ่

วัดพระธรรมกาย มีกิจกรรมเผยแผ่เชิงรุกมากมาย ทั้งบวชพระแสนรูป ตักบาตร ๒ ล้านรูป เดินธุดงค์ธรรมยาตรา ๑,๐๐๐ รูป ในหลากหลาย ๆ โอกาส มีคนเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายแสนคน มีศูนย์สาขาต่างประเทศถึง ๘๕ แห่ง ใน ๓๓ ประเทศ
 
หากวัดและองค์กรพุทธทั้งหลายเหล่านี้ ได้ช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามความถนัดของตนด้วยสามัคคีธรรม พระพุทธศาสนานอกจากจะเจริญรุ่งเรือง นำความสงบร่มเย็นกลับมาสู่สังคมไทยแล้ว ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลกอย่างแท้จริง โดยชาวโลกจะหลั่งไหลมาศึกษาพระพุทธศาสนาทั้งปริยัติ และปฏิบัติในประเทศไทยของเรา ทำให้ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขยายออกไปเป็นพึ่งของชาวโลกทั้งมวล
ผู้ที่โจมตีใส่ร้ายป้ายสีพุทธด้วยกันเอง คือ ผู้บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา เป็นเหมือนไม้รวก (ลำไผ่ตัน) ที่เป็นด้ามพร้าให้เขาใช้ฟันโค่นกอไผ่ด้วยกันเอง
การใช้กำลังความคิดไปในทางทำลายล้าง ใช้วาทะสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) มีแต่จะทำให้พุทธเสื่อม ผู้ทำก็เข้าข่ายขวนขวายทำสังฆเภท เสี่ยงต่อการลงอเวจีมหานรก

เราควรทุ่มเทสติปัญญาไปในทางสร้างสรรค์ หาทางชวนคนมาเข้าวัด ปฏิบัติธรรมแบบที่ตนชอบให้มากที่สุด พลังสร้างสรรค์เท่านั้นจึงจะนำความเจริญมาสู่พระพุทธศาสนา

 

 

 

เราคิดอะไร ?

ความจริงในสิ่งที่เป็น มากกว่าสิ่งที่คุณเคยรู้ เป็น อยู่ คือ วัดพระธรรมกาย เรื่องราวมากมายอีกหลายแง่มุม เปิดรอคุณเข้ามาสัมผัส สร้างความเข้าใจในมุมมองใหม่ ที่อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม

dbuddhist